วิคเตอร์ แอ็กเซลเซ่น หวังของขวัญปีใหม่จากบีดับเบิ้ลยูเอฟ

วิคเตอร์ แอ็กเซลเซ่น โพสต์ในอินสตาแกรมว่าเขาหวังที่จะเห็นการเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่างจากสหพันธ์แบดมินตันโลก ในปีใหม่ที่กำลังจะมาถึงนี้

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ ถือว่ากีฬาแบดมินตันเติบโตขึ้นมาก มีทั้งการเพิ่มเงินรางวัลในรายการแข่งขัน มีจำนวนผู้ชมการแข่งขันในช่องทางออนไลน์มากขึ้น การเริ่มใช้ฮอว์กอาย กติกาการเสิร์ฟแบบใหม่ รวมถึงมีโครงการ Shuttle Time (การส่งเสริมให้เด็กๆ เข้าถึงแบดมินตันได้มากขึ้น) และ Air Badminton (การแข่งขันแบดมินตันกลางแจ้ง)

แต่อย่างไรก็ตาม เราเห็นได้ชัดว่ายังมีเรื่องอื่นๆ ที่สามารถปรับปรุงแก้ไขได้อีกเช่นกัน

วิคเตอร์ แอ็กเซลเซ่น แชร์เรื่องราวของเขาผ่านทางสตอรี่ในอินสตาแกรม และพารูพัลลี คัชยาพ ก็แชร์เรื่องนี้ในอินสตาแกรมของเขาและร่วมแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมด้วยเช่นกัน โดยมีนักกีฬาแบดมินตันหลายคนมากดไลก์ เช่น คาโรลินา มาริน, ฮันส์ คริสเตียน ซอลเบิร์ก วิตติงฮุส, อึ้ง กา หลง แองกัส, คิดัมบี ศรีคานธ์ และแอชวีนี่ พอนนัพพา ซึ่งต่อไปนี้คือสิ่งที่วิคเตอร์แสดงความคิดเห็นเอาไว้

1. อย่าให้นักกีฬาต้องลงแข่งมากเกินไป ตอนนี้เรามีรายการแข่งขันเยอะมาก ผมมั่นใจว่านักกีฬามากมายจะเข้าร่วมการแข่งขันโดยที่ไม่ต้องเสียค่าปรับ ถ้าพวกเขาได้พักเพื่อฟื้นฟูร่างกาย และยังมีเรื่องเกี่ยวกับสื่อ ที่ผมอยากจะให้ช่วยประสานงานกับนักกีฬาและระบุให้ชัดเจนว่าคุณต้องการอะไรบ้าง ไม่ใช่ว่าบอกให้พวกเรารู้ล่วงหน้าแค่ 1 สัปดาห์ หรือ 2 วันก่อนเริ่มการแข่งขัน นอกจากนี้การนำผู้เล่นเดินทางไปทั่วโลกเพื่อแจกลายเซ็นเพียง 15 นาทีนั้นไม่เป็นผลดีกับใครเลย เราสามารถบริหารจัดการเรื่องนี้ได้ด้วยการจัดงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น (อย่างเช่นงานอีเวนต์ในวันหยุดสุดสัปดาห์ก่อนเริ่มการแข่งขัน) ซึ่งมันจะได้ประโยชน์ทั้งตัวนักกีฬาและสปอนเซอร์

กฎของบีดับเบิ้ลยูเอฟระบุว่านักกีฬาระดับโลกจะต้องลงแข่งอย่างน้อย 12 รายการ ภายใน 1 ปี และต้องลงแข่งในรายการแข่งขันทุกระดับ ทั้งระดับ 1, 2 และ 3 (เวิลด์ทัวร์ไฟนอลส์, ซูเปอร์ 1000 และซูเปอร์ 750) มิเช่นนั้นแล้วจะถูกปรับเงิน ซึ่งมีนักกีฬาหลายคนโต้แย้งกฎนี้ เนื่องจากเห็นว่าอาจทำให้เสี่ยงต่อการบาดเจ็บมากขึ้น เพราะแบดมินตันเป็นกีฬาที่ใช้ร่างกายหนักมาก

2. ช่วยปรับปรุงให้ผู้ตัดสินมีความเป็นมืออาชีพมากกว่านี้ และจ่ายค่าตอบแทนให้พวกเขาในอัตราที่ยุติธรรม นั่นจะทำให้ผู้ตัดสินที่เก่งๆ สามารถเดินทางไปได้ทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรายการใหญ่ๆ (อย่างเช่นรายการซูเปอร์ 500 ขึ้นไปก็จะดีมาก แต่อย่างน้อยก็คือรายการซูเปอร์ 750 ขึ้นไป) เรามีผู้ตัดสินที่เก่งเยอะมาก แต่ก็ยังมีผู้ตัดสินที่มีประสบการณ์น้อยด้วยเช่นกัน แต่ที่แน่ๆ ในรายการแข่งขันใหญ่ๆ ก็ควรจะมีผู้ตัดสินที่ดี

ในปี 2019 เราพบปัญหาความผิดพลาดของผู้ตัดสิน อย่างเช่นในรายการฮ่องกง โอเพ่น ที่แอนโธนี กินติ้ง โชคร้ายถูกผู้ตัดสินกล่าวว่าเขาทำผิดกติกา หรืออย่างกรณีของโจว เทียน เฉิน ในรายการอินโดนีเซีย โอเพ่น นี่อาจจะถึงเวลาแล้วที่จะนำฮอว์กอาย (หรืออาจจะเป็น VAR)  มาช่วยตัดสินในลูกหน้าเน็ต โดย Jim Laugesen อดีตนักแบดมินตันของเดนมาร์ก กล่าวว่าเรามีกล้องและเทคโนโลยีดังกล่าวอยู่แล้ว ซึ่งสามารถนำมาใช้สำหรับลูกหน้าเน็ตได้เช่นเดียวกัน

3. ควรมอบเงินรางวัลให้กับนักกีฬาโดยตรง ไม่ใช่มอบให้กับสมาคม พวกเรารู้สึกซาบซึ้งในความช่วยเหลือของสมาคมอยู่แล้ว แต่นี่คือเงินของนักกีฬา ไม่ใช่ของคนอื่น

ในบางประเทศมีกฎที่ระบุว่านักกีฬาจะต้องสมัครแข่งขันผ่านทางสมาคมของประเทศนั้นๆ เท่านั้น โดยเงินรางวัลจะถูกแบ่งระหว่างนักกีฬาและสมาคม อย่างเช่นประเทศจีนหรืออินโดนีเซีย ซึ่งนี่เป็นเรื่องที่ยุ่งยากมาก

4. เวลาที่ใช้แข่งขันใน 1 วันนั้นนานเกินไป ลองเพิ่มจำนวนวันในการแข่งขันอีกวันหนึ่ง โดยเริ่มแข่งตั้งแต่วันจันทร์เลยจะดีไหม? ตอนนี้นักกีฬาแข่งเสร็จดึกมาก เกือบๆ เที่ยงคืน (หรืออาจจะดึกกว่านั้น)

เรามักจะพบปัญหาเรื่องการแข่งขันที่ลากยาวจนดึกดื่นในรายการแข่งขันที่มี 3 สนาม อย่างเช่นเดนมาร์ก โอเพ่น ซึ่งการเริ่มแข่งขันตั้งแต่วันจันทร์ก็จะช่วยแก้ไขเรื่องนี้ได้ 

5. ช่วยประกาศตารางแข่งขันของวันถัดไปก่อนเวลา 1-2 ทุ่มของวันนี้ อย่างตอนนี้พวกเราแทบไม่ได้หลับไม่ได้นอน ได้แต่รีเฟรชเว็บไซต์ tournamentsoftware เพื่อรอตารางการแข่งขันของวันรุ่งขึ้น (เรื่องนี้ควรจะแก้ไขได้แล้ว ไม่ใช่แค่เพื่อนักกีฬาเท่านั้น แต่เพื่อแฟนๆ แบดมินตันที่อยากจะซื้อตั๋วเข้ามาชมผู้เล่นที่ชื่นชอบด้วยเช่นกัน) 

อย่างน้อยตารางการแข่งขันครึ่งวันแรกของวันรุ่งขึ้นควรจะประกาศก่อน 6 โมงเย็น มันจะเป็นผลดีต่อตัวนักกีฬา และช่วยแก้ปัญหา ‘การแข่งเสร็จช้าในวันนี้ – การเริ่มแข่งเร็วในวันพรุ่งนี้’ โดยปัญหานี้เคยมีนักกีฬาบางคนหยิบยกขึ้นมาพูดแล้วเช่นกัน

6. อยากให้นำฮอว์กอายมาใช้ในทุกสนามของการแข่งขันระดับซูเปอร์ 750 ขึ้นไป หรือถ้าจะมีฮอว์กอายทุกสนามในรายการระดับซูเปอร์ 500 ขึ้นไปก็จะดีมาก

หากบีดับเบิ้ลยูเอฟมีทรัพยากรและเงินทุนที่จะดำเนินการเรื่องนี้ ก็จะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ได้รับเสียงตอบรับจากนักกีฬาและแฟนแบดมินตันมากมายทีเดียว