เคนโตะ โมโมตะ ได้ให้สัมภาษณ์ในงานแถลงข่าวกับสื่อมวลชน ซึ่งนี่คือครั้งแรกที่นักแบดมินตันดีกรีแชมป์โลกคนนี้ปรากฏตัวต่อสาธารณะ หลังจากที่ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา

เราเห็นว่าบาดแผลจากอุบัติเหตุเริ่มจางลงไปแล้ว ส่วนแผลการผ่าตัดที่กระดูกเบ้าตาขวานั้นยังคงเห็นได้ชัดอยู่

ก่อนที่จะเริ่มการถาม-ตอบ โมโมตะได้กล่าวแสดงความเสียใจต่อคนขับรถที่เสียชีวิตเนื่องจากอุบัติเหตุครั้งนี้

“อันดับแรก ขอให้พวกเราไว้อาลัยแก่คนขับรถ ตอนที่ผมกลับมาถึงญี่ปุ่น แฟนๆ สนับสนุนผมอย่างมาก ดังนั้นในโอกาสนี้ผมจึงอยากแสดงความขอบคุณทุกคนด้วยครับ”

คำถามแรกที่สื่อมวลชนถามโมโมตะ คือสิ่งที่จำได้เกี่ยวกับอุบัติเหตุครั้งนี้

“ตอนนั้นเป็นเวลาตี 4 ครึ่ง พวกเราออกจากโรงแรมแล้ว ผมง่วงนอนมาก ก็เลยหลับตอนที่อยู่ในรถ ดังนั้นผมก็เลยไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง รู้แค่ว่าผมบาดเจ็บ ขยับตัวไม่ได้ มีหลายคนช่วยกันเอาตัวผมออกมาจากรถตู้ แล้วก็พาไปนั่งหลบที่ข้างทาง”

เมื่อถูกถามเกี่ยวกับปัญหาเรื่องการมองเห็น เนื่องจากกระดูกเบ้าตาขวาแตก โมโมตะตอบว่า

“หลังจากเกิดอุบัติเหตุ ผมก็เห็นภาพซ้อน แต่บางครั้งมันก็เห็นชัด ตอนนั้นผมก็เลยคิดว่าคงไม่เป็นอะไรมาก แต่ก็ไม่คิดว่าจะเห็นภาพซ้อนตอนที่ลงไปซ้อมในสนาม ผมก็เลยลองไปตรวจดูครับ”

มีนักข่าวคนหนึ่งถามโมโมตะเกี่ยวกับกระบวนการพักฟื้น

“หลังจากที่ผ่าตัดแล้ว ผมก็ได้รับการตรวจทดสอบอีกครั้ง ซึ่งก็ผ่านไปได้ด้วยดี ถึงแม้ว่าผมจะยังกลับไปฝึกซ้อมเต็มรูปแบบไม่ได้ทันที แต่อย่างน้อยผมก็เริ่มเคลื่อนไหวร่างกายได้ตามปกติแล้ว”

“ถึงอาการบาดเจ็บจะไม่ได้รุนแรงนัก แต่ตอนพักฟื้นผมก็ลำบากเหมือนกันครับ โชคดีที่หลายคนคอยให้กำลังใจ และบอกว่าอยากเห็นผมกลับไปลงแข่งได้เร็วๆ ตอนนี้ผมรู้สึกแย่ในระหว่างที่พักฟื้น ผมก็จะเอากำลังใจจากพวกเขามาคอยเตือนและให้กำลังใจตัวเองว่าต้องสู้ต่อไป”

คำถามต่อมาคือ เขาจะยังสามารถลงแข่งโอลิมปิกได้หรือไม่ โมโมตะตอบว่า “ก่อนอื่น เราต้องแก้ไขปัญหาไปทีละขั้น ผมจะพยายามให้ดีที่สุด การแข่งโอลิมปิกที่โตเกียวยังคงเป็นหนึ่งในแพลนของผม ทุกคนทุกฝ่ายให้การสนับสนุนผมดีมากๆ และแน่นอนว่าเป้าหมายของผมก็คือเหรียญทองโอลิมปิก”

โมโมตะขอบคุณทุกการอวยพร และแฟนๆ ที่คอยให้กำลังใจ โดยกล่าวว่า “ผมอ่านข่าวเยอะมาก แต่ไม่มีโอกาสได้ให้สัมภาษณ์เลย หลักๆ คือผมยังไม่หายดี แต่ตอนนี้อาการดีขึ้นมากแล้วครับ ดังนั้นผมก็เลยใช้โอกาสนี้จัดงานแถลงข่าวขึ้นมา ผมหวังว่าทุกคนจะสัมผัสความรู้สึกขอบคุณของผมได้นะครับ”

โมโมตะยอมรับว่า มีบางครั้งที่รู้สึกกังวลว่าจะกลับไปท็อปฟอร์มไม่ได้เหมือนเดิมอีก

“บอกตามตรงนะครับ ก่อนหน้านี้ผมรู้สึกกังวล แต่เมื่อเวลาผ่านไป ผมก็เลิกคิด แล้วผมก็มีช่วงที่สับสนด้วยว่า จะรักษาด้วยการผ่าตัด หรือจะรักษาแบบดั้งเดิมดีนะ แค่คิดก็เหนื่อยแล้ว แต่กำลังใจจากทุกคนก็ช่วยให้ผมผ่านไปได้ ผมหวังว่าตัวเองจะหายไวๆ และกลับไปลงแข่งได้โดยเร็วที่สุดครับ”

“ผมอยากจะลงแข่งทันทีที่ผมสามารถทำได้ แต่แน่นอนว่าคงเป็นไปไม่ได้ถ้าผมไม่ได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพอย่างเต็มที่ ดังนั้นผมจะต้องปรึกษาหมอและโค้ช แต่ไม่ต้องรีบร้อน ผมต้องกลับไปอยู่ในฟอร์มเดิม หรือดีกว่าเดิม แต่ก็ต้องไม่กังวลจนเกินไป”

นอกจากนี้โมโมตะยังเปิดเผยว่า ความรักในแบดมินตันของเขาไม่มีวันตาย

“ความรักที่ผมมีให้กับกีฬาแบดมินตันไม่ได้ลดลงเลยแม้แต่นิดเดียว ผมจะยังคงมุ่งมั่น และขยันให้เหมือนกับที่เคยเป็น”

“ผมอยากจะมีชีวิตอยู่ และผมอยากจะเล่นแบดมินตัน ผมแค่หวังว่าผมจะสามารถนำพลังในด้านดีๆ มาสู่โลกของแบดมินตันได้ครับ”

โมโมตะกล่าวเสริมว่า เขาใช้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดเป็นสิ่งที่ทำให้แข็งแกร่งขึ้น

“หลังจากที่ผมกลับมาฝึกซ้อม ผมรู้สึกว่าหัวใจมันเต็มไปด้วยพลังที่อยากจะมุ่งไปข้างหน้า เหตุการณ์นี้จะทำให้ผมแข็งแกร่งขึ้น และมันจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของผม”

ส่วนคำถามเกี่ยวกับรายละเอียดการฝึกซ้อม โมโมตะตอบว่า “ตอนนี้หลักๆ จะเป็นการฝึกซ้อมเกี่ยวกับสายตา และกิจกรรมต่างๆ เช่น การตามลูก หรือบางครั้งผมก็ได้ตีลูกบ้าง ทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้ผมกลับมาอย่างสมบูรณ์ที่สุด”

“ตอนนี้ผมยังลงแข่งไม่ได้ หนทางข้างหน้ายังอีกยาวไกล ซึ่งจะไปบังคับหรือกะเกณฑ์อะไรคงไม่ได้ ผมต้องค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไป ทางสโมสรและทีมชาติสนับสนุนผมอย่างเต็มกำลัง ผมอยากจะขอบคุณมากๆ หวังว่าผมจะกลับไปลงแข่งได้เร็วที่สุด เพื่อตอบแทนความรักของทุกคนครับ”

โมโมตะเปิดเผยว่า เขายังคงศึกษาคู่แข่งคนอื่นๆ

“ผมยังศึกษาฟอร์มการเล่นของนักกีฬาคนอื่นๆ ในรายการต่างๆ มีคู่แข่งหลายคน ซึ่งผมก็ต้องเคารพพวกเขา”

“ถ้าผมได้แข่งกับพวกเขา ผมจะต้องรู้ชัดเจนว่าจะต้องเล่นอย่างไร ผมจะดูการแข่งขันให้มากขึ้นเท่าที่จะทำได้ แต่แน่นอนว่าผมจะไม่กังวลจนเกินไป”

เมื่อเขาถูกถามว่า จะสามารถลงแข่งรายการโทมัส คัพ ในเดือนพฤษภาคมที่จะถึงนี้ได้หรือไม่ โมโมตะก็กล่าวว่ายังไม่มีกำหนดการที่แน่ชัดว่าเขาจะกลับไปลงแข่งเมื่อไร

โมโมตะกล่าวปิดท้ายการแถลงข่าวในครั้งนี้ว่า

“ผมมองว่ามันเป็นการเรียนรู้ที่ดี ผมรู้สึกว่าตัวเองมีความรับผิดชอบมากขึ้น ผมต้องยอมรับมันให้ได้ การเป็นนักกีฬาจะนำมาสู่การเปลี่ยนแปลง และแข็งแกร่งขึ้นเมื่อผมกลับสู่สนาม”

วิดีโอแถลงข่าวฉบับเต็ม ดูได้ที่ลิงก์ด้านล่างนี้